วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เรียวคิ้วของสาวๆ สามารถบอกคาแร็กเตอร์ของแต่ละคนได้ด้วย!

เรียวคิ้วของสาวๆ สามารถบอกคาแร็กเตอร์ของแต่ละคนได้ด้วย!
เรียวของ Cara Delevingne ยังคงเป็นหนึ่งในไอคอนต้นแบบของทรงคิ้วยุคใหม่ที่สาวๆ ชื่นชอบ คือมีความเท่สไตล์ แมสคิวลินแต่ผ่านการกรูมมิ่ง ให้ดูเนี้ยบขึ้นโดยกำจัดขนคิ้ว ส่วนเกิน เล็มส่วนที่ยาว และจัดแต่งให้โค้งตรงจุดโก่งเล็กน้อย ส่วนหางคิ้วเน้นให้เป็นเส้นตรง ไปทางใบหู ไม่ควรตกลงมา ทางปาก นอกจากนั้น เรียวคิ้วสไตล์นี้ยังบ่งบอกถึงคาแร็กเตอร์ และนิสัยของพวกเธอได้ด้วย มาดูกันดีกว่าว่าทรงของขนคิ้วจะบอกอะไรในตัวคุณได้บ้าง...


Bushy Eyebrows
คิ้วดกหนา: กระฉับกระเฉง เป็นนักคิด รักอิสระ รักธรรมชาติ พลังเยอะ

Straight Eyebrows
คิ้วเป็นเส้นตรง: นิสัยออกแมนๆ พูดจริงทำจริง น่าเชื่อถือ ก่อนตัดสินใจทำอะไรจะคิดให้รอบคอบก่อน

Angled Eyebrows
คิ้วมีความโค้งตรงจุดโก่ง: มีความเป็นผู้หญิง มีโลกส่วนตัว เซนซิทีฟ ดื้อเป็นบางครั้ง

Even Eyebrows
คิ้วดกหนาเท่ากันหมด: เก็บรายละเอียดทุกเม็ด มีความรอบคอบ

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : vogue

6 เคล็ดลับแต่งหน้าสดใสให้เด็กลงอีก 10 ปี!

6 เคล็ดลับแต่งหน้าสดใสให้เด็กลงอีก 10 ปี!
อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญ มันเป็นเรื่องของความ young at heart! ก่อนจะไปดูแต่ละลุค เราต้องจำไว้ว่า.. เมคอัพลุคหน้าเด็กนั้น จะต้องคง CONCEPT ความ "LIGHT"เข้าไว้ ง่ายๆ คือ "เบาไว้ก่อน" เรามาดู Tips & Trick แต่ละจุดกันเลยดีกว่า

TIPS #1 SOFT NATURAL & STRAIGHT BROW
งานคิ้วเป็นงานละเอียด เขียนไม่ดีหน้าพังได้นาจา งานนี้เราเน้นคิ้วสี soft ไม่โก่งเกิน ไม่ตรงเกินจนผิดธรรมชาติ และต้องให้ความยาวของคิ้วพอดีกับรูปหน้าด้วยนะคะ 

วิธีวัดความสมดุลของคิ้วกับรูปหน้า
ให้นำดินสอหรือไม้บรรทัดวัดตั้งฉากจากหัวคิ้วลงมาที่ปีกจมูก แล้ววัดเฉียงขึ้นไปตามแนวหางตาจนถึงปลายคิ้ว จะได้รูปคิ้วที่พอดี เหมาะกับรูปหน้า


TIPS #2 LIGHT EYE MAKEUP
การแต่งตาสำหรับลุคเบบี้เฟซแบบนี้ ถือว่าง่ายเลยค่ะ ไม่ต้องเน้นอะไรมาก ข้อแนะนำคือเลือกอายแชโดว์สีอ่อนโทนชมพู ส้ม หรือจะเป็นอายแชโดว์ที่มีชิมเมอร์อ่อนๆ ก็ได้ 


ส่วนอายไลน์เนอร์​แนะนำให้ใช้เป็นแบบดินสอหรือเจลสีน้ำตาล ถ้าวาดเป็น wing เล็กๆ ก็จะได้ลุคน่ารักแบ๊วๆไปอีกแบบ หรือหากจะใช้อายไลน์เนอร์สีดำ แนะนำให้เขียนชิดขอบตาไปเลย อย่าวาดเส้นหนามาก จะดูไม่ธรรมชาติ 


ปิดขั้นตอนสุดท้ายด้วยมาสคาร่า แนะนำให้ใช้แบบปัดแล้วได้ลุคเรียงเส้นเบาบางแบบธรรมชาติค่ะ 

TIPS #3 LIGHT COVERAGE FOUNDATION
จริงๆแล้ว ถ้าอยากได้ลุคหน้าเด็กสุดๆ แนะนำให้ใช้เป็นCushion เนื้อบางเบา, CC Creamหรือ Tinted moisturizerแทน เพราะจะทำให้ผิวหน้าดูเป็นธรรมชาติกว่าใช้รองพื้นปกติเยอะเลยค่ะ   
ส่วนใครมีรอยแดง รอยสิว! ไม่ต้องกังวลค่ะ เราสามารถใช้ Correctorร่วมด้วยได้ เพียงแต้มบริเวณที่มีปัญหา รอยพวกนี้ก็จะหายไปแล้ว! 
TIPS #4 PINKISH/ ORANGE/ PEACH CHEEK

สำหรับพวงแก้มนั้น สำคัญไม่ต่างกับส่วนอื่นบนใบหน้าเลย ใครอยากได้ลุคหน้าเด็ก ต้องใช้โทนสีสดใส อย่างโทนชมพู ส้ม พีชเป็นต้น ส่วนลักษณะการปัดให้ปัดเป็นวงกลมบริเวณกลางโหนกแก้ม เทคนิคง่ายๆคือการยิ้ม แล้วปัดบริเวณโหนกแก้มนูนๆ นั่นเอง~ (ปัดแก้มพอนะจ้ะ ไม่ต้องคอนทัวร์เสริมน้ะ!) 
TIPS #5 TINTED LIPS


ลิปแมทเก็บไปก่อน งานนี้ต้องลิปทินต์เท่านั้น! สีที่แนะนำจะเป็นสีชมพู แดง ส้ม และควรบริเวณ inner lips ให้ได้ลุค gradient lip ฉ่ำๆ รับรองว่าจุดนี้จะทำให้หน้าดูเด็กลงขึ้นเป็นกอง! 
Related article:3ce Tattoo Lip Tint ลิปทินต์ใหม่ติดทนสุดฤทธิ์ แถมให้ลุคสาวเกาหลีจริงอะไรจริง!
TIPS #6 LOOSE POWDER


Picture credit

สุดท้ายแล้ว! แป้งฝุ่นที่เลือกใช้ควรจะเป็นชนิดที่ไม่ผสมรองพื้น บางเบา เอาไว้เซ็ตเมคอัพให้คงทนนั่นเอง 
หลังจากรู้เคล็ดลับทั้ง 6 แล้ว เราไปดูฮาวทูแต่งหน้าให้เด็กลงกันเลย! 




เคล็ด(ไม่)ลับ อยากขาสวย เรียวยาว ฟังทางนี้!

เคล็ด(ไม่)ลับ อยากขาสวย เรียวยาว ฟังทางนี้!
สาวๆ จ้าใครอยาก เรียว ยาว เหมือนเซเลบ ดารา นักร้องดังๆ ไม่ต้องนอนฝันแล้วนะคะ เพราะสามารถเสกขาสวยด้วย 9 ท่าบริหาร ทำง่ายๆ ทำทุกวันรับรองขาสวยแน่นอน! มีท่าไหนบ้าง ตาม ChicMinistry มาเลย!
ท่าที่ 1 แขย่งปลายเท้า 20-25 ครั้งแล้วเปลี่ยนขา
ท่าที่ 2 ย่อเข่าแย่วปลายเท้าและกางเท้าออก ได้ความกระชับ
ท่าที่ 3 แขย่งปลายเท้าทั้งสองข้างพร้อมกัน เพื่อกระชับกล้ามเนื้อ
ท่าที่ 4 แขย่งปลายเท้าย่อเข่าแล้ววางส้นเท้า ช่วยลดไขมันต้นขา
ท่าที่ 5 จับผนังแล้วแยกขาออก ช่วยความกระชับหน้าข้าว
ท่าที่ 6 แขย่งปลายเท้าและสลับยกขึ้นซ้าย-ขวา ข้างละ 10-15 ครั้ง
ท่าที่ 7 นวดน่องให้เรียวเล็กด้วยหมอนยาว ทำครั้งละ 15-20 ครั้งแล้วสลับขา
ท่าที่ 8 นวดน่องให้เล็กด้วยการแขย่งสะโพกและกดน้ำหนักลงบนน่อง ทำครั้งละ 10-15 ครั้ง
ท่าที่ 9 ยกปลายขาในมุม 180 องศา 10-15 ครั้งจากนั้นสลับขา

เพียงเท่านี้ก็จะได้เรียวขาสวย ได้รูป ใส่ขุดไหนก็สวยแล้วล่ะค่ะ แต่ต้องทำบ่อยๆ นะ ทำๆ หยุดๆ ไม่เห็นผลนะจะบอกให้

Soures : girls.presslogic
เนื้อหาโดย : ChicMinistry

10 วิธีแก้รอยผิวแตกลาย สำหรับคนที่ไม่อยากเลเซอร์!

10 วิธีแก้รอยผิวแตกลาย สำหรับคนที่ไม่อยากเลเซอร์!
 เป็นรอยเห็นชัดจากการที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ เร็วเกินไป แต่ไม่อยากเลเซอร์ อย่าเพิ่งท้อ 10 วิธีนี้ช่วยได้!
1 LEMON JUICE
น้ำเลม่อน มีความเป็นกรดที่ช่วยรักษารอยแตกลายรวมถึงแผลเป็นอื่นๆอีกด้วย ส่วนวิธีทำนั้นง่ายมากๆ หั่นเลม่อนครึ่งลูก แล้วนำมาถูบริเวณผิวที่มีผิวรอยแตกลาย ทิ้งไว้สัก 10 นาทีให้น้ำเลมอนซึมเข้าสู่ผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น แนะนำให้ทำสัปดาห์ละครั้งค่ะ


2 EGG WHITES
รู้หรือไม่ ว่าไข่ขาวสามารถช่วยลดรอยแตกได้ด้วย! ทั้งนี้ก็เพราะมันมีกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
ส่วนขั้นตอนการเตรียมการนั้น ตอกไข่สองใบแล้วแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง ตีให้เข้ากัน แล้วใช้ "แปรง" หรือ "นิ้ว" ทาบนผิวบริเวณที่มีรอยแตก แล้วรอให้แห้งประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นก็เป็นอันเสร็จ สำหรับวิธีนี้สามารถทำได้ทุกวันเลยค่ะ :)


3 ALOE VERA
อาโลฮ่า~ อะโลเวร่า~ หรือว่านหางจระเข้นั่นเอง ซึ่งความเย็นและสรรพคุณในการช่วยบรรเทาผิวของมันจะช่วยให้รอยแตกลายของผิวจางลงได้ แนะนำให้ใช้แบบสดๆ จากใบนะคะ นำใบว่านหางจระเข้มาถูบริเวณผิวที่มีรอยแตกประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สามารถทำได้ทุกวันเช่นกันค่ะ

4 SUGAR SCRUB
SUGAR~ YES PLEASE! Put it down on me รัวๆ เลยค่ะ งานนี้เราใช้น้ำตาลมาสครับผิวแก้รอยแตกลายได้! texture ของน้ำตาล สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้รอยแตกจางลงได้
วิธีทำสครับน้ำตาล:
1. ตักน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะใส่ในชาม
2. หยดน้ำเลม่อนและน้ำมันอัลมอนด์ลงในน้ำตาล คนให้เข้ากัน
หลังจากนั้น ให้ทาวนสครับบนบริเวณผิวแตกลายที่ต้องการประมาณ 3-5 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นแล้วเช็ดให้แห้ง ทำติดต่อกันทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือนจะเห็นผลชัดเจนขึ้นค่ะ

5 POTATO JUICE
ฟังดูแปลก แต่ช่วยได้จริง "มันฝรั่ง" ที่เรานำมาทอดกินเป็นเฟร้นช์ฟรายส์นี่แหละค่า สามารถช่วยลดรอยแตกลายได้เช่นกัน เพราะในน้ำมันฝรั่งมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่จะช่วยเร่งในการฟื้นฟูเซลล์ผิวด้วย ส่วนขนาดของมันฝรั่งนั้น แนะนำขนาดกลางๆค่ะ แล้วตัดเป็นแผ่นหนาๆ จากนั้นก็นำมาถูวนบริเวณผิวที่มีรอยแตกลายประมาณ 3-5 นาที ปล่อยให้น้ำมันฝรั่งค่อยๆ แห้งซึมไปกับผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

6 OLIVE OIL
น้ำมันมะกอกนี่สารพัดประโยชน์มาก ช่วยบำรุงได้ทั้งเรื่องผมและผิวพรรณ และด้วยความที่น้ำมันมะกอกนั้นมีฤทธิ์เย็น ชุ่มชื้น และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีก มันเลยเหมาะที่จะใช้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวมากๆ ส่วนวิธีใช้นั้น ให้นำน้ำมันมะกอกอุ่นในไมโครเวฟให้พออุ่น ไม่ต้องถึงขั้นร้อนจัด เดี๋ยวจะลวกผิวนะจ้ะ จากนั้นค่อยๆทาลงบนบริเวณที่มีรอยแตกโดยไม่ต้องล้างออก นอกจากนั้น ความอุ่นของน้ำมันจะช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีและผิวยังนุ่มขึ้นอีกด้วย

7 STRETCH MARK CREAM/ MOISTURIZING LOTION
เราอาจจะเห็น Stretch mark cream หรือครีมลดรอยแตกลายขายมากมาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีส่วนผสมและ texture ที่แตกต่างกันออกไป คำแนะนำของ Fav คือการลองเท่านั้น เนื่องจากสภาพผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนใช้แล้วได้ผล บางคนใช้แล้วไม่ได้ผล มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมไปถึงความสาหัสของบริเวณผิวที่แตกด้วย
ส่วนใครที่อยากประหยัด แนะนำให้ใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ค่ะ สามารถใช้ได้เช่นกัน การที่ผิวแตกหย่อนคล้อยก็มีสาเหตุมาจากการที่ผิวขาดความชุ่มชื้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นเลือกประเภทของครีมที่เหมาะสมกับตัวเองนะจ้ะ

8 RETINOL CREAM
เรตินอลหรือกรดวิตามินเอนั้น จะถูกนิยมนำมาใช้ทางด้านความงาม ทั้งเรื่องสิว หรือ anti-aging รวมไปถึงการลดรอยแตกลายของผิวอีกด้วย แต่ทั้งน้ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ต้องจำไว้ว่าสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และหากมีอาการแพ้ แสบแดง ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที  

9 DRINK WATER!!
Picture credit: snsdfood/ complete bliss
เรื่องง่ายที่หลายๆ คนอาจทำไม่ครบสักที คือการดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 8-10 แก้ว การทำให้ร่างกายชุ่มชื้นตลอดเวลาจะส่งผลให้ผิวพรรณชุ่มชื้นด้วย

10 GOOD DIET & EXERCISE

หากทำมาหมดทั้ง 9 ข้อแล้วแต่มาตายเอาข้อ 10 คือยังคุมเรื่องโภชนาการไม่ได้ก็จบ การหักโหมลดน้ำหนักเร็วเกินไปก็จะยิ่งทำให้ผิวพรรณหย่อนคล้อยและแตกลายได้ หรือบางคนอาจเลือกที่จะทานยาลดความอ้วน ซึ่งบางตัวก็ทำให้เกิด effect ต่อผิวพรรณได้เช่นกัน ดังนั้น ทางที่ดีคือการหาบาลานซ์ระหว่างการทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย และหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่หนักไป เบาไป เพียงเท่านี้รับรองว่าคุณจะเห็นผลที่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน!
ขอขอบคุณ
ข้อมูล : favful